เปิดประวัติ สายเชีย จากลูกชาวนาขอข้าววัดกิน สู่นักธุรกิจที่ดิน 600 ไร่

เรื่องเด่น

เป็นอีกหนึ่งสาระประโยชน์ดีๆ สำหรับใครหลายคนคงจะจำกันได้เป็นอย่างดี กับโฆษณา ” จ น เ ค รี ย ด กิ น เ ห ล้ า “ ซึ่งโฆษณาชุดนี้ก็ทำให้คนหลายคนได้รู้จักกับคุณ ” เชีย สายเชีย วงศ์วิโรจน์ “ ซึ่งเป็นนักแสดงตัวหลักในโฆษณา และ ยังได้รับรางวัลระดับโลกกับโฆษณาตัวนี้มาแล้วด้วยนะอย่าง ซึ่งนั้นก็ทำให้เขากลายเป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น

หลังจากงานโฆษณานี้ ทำให้เขามีชื่อเสียงเป็นอย่างมาก ทำให้ได้ไปแสดงหนังดังระดับโลกอีกหลายเรื่องด้วย เช่น Tomb Raider ภาค 2 ,Batman Begins , Rambo 4 , Rescue Dawn , Only God Forgives บอกได้เลยว่ากระทบไหล่ดาราฮอลลีวูดมาแล้วหลายคนเลย

โดยคุณ เชีย ได้เล่าประวัติของตนเองให้ฟังว่า… แต่ก่อนเป็นลูกชาวนาที่อาศัยและใช้ชีวิตแบบชาวนามาตั้งแต่ยังจำความได้ และ ชีวิตในวัยเด็ กของเขานั้น ก็ค่อนข้างลำบาก ทางบ้านไม่มีเงินส่งให้เรียนทำให้เขาเรียนไม่จบ ม.3 ข้าวปลาอาหารก็ไม่ค่อยพอกิน ต้องอดมือกินมือ รับจ้างทำงานทุกอย่างให้ได้เงินทั้งดายหญ้า ดำนา เรียกได้ว่าดิ้นรน ทำงานหนัก มาตั้งแต่ยังเล็ก

เมื่อเติบโตขึ้นมาย่างเข้า 17 ก็เริ่มนั่งมองชีวิตตัวเองและตั้งคำถามกับตัวเองว่า ” ทำไมเราไม่มีบ้าน…? “ เป็นเหตุผลให้เขา และ ครอบครัวตัดสินใจย้ายจากเชียงรายไปอยู่กำแพงเพชรหวังเริ่มต้นชีวิตใหม่

ซึ่งด้วยความหวังที่เต็มไปด้วยความฝันเขาและครอบครัวตัดสินใจเช่าที่ดินเพื่อนพ่อเพื่อนปลูกข้าวทำนาและสร้างบ้านหลังเล็กๆ และทำทุกอย่างด้วยตัวเอง โดยในแต่ละวันเขาจะเลื่อยไม้เก็บสะสมวันละแผ่นๆ เพื่อสร้างบ้านเป็นของตัวเอง แต่สุดท้ายฟ้าก็ไม่เป็นใจ เพราะในปี 2527 ทำให้มีน้ำท่วมเพราะฝนตกหนักทำให้ที่นาทั้ง 50 ไร่นั้นพังหายไปในพริบตา และนั้นเขาก็ต้องเดินทางเข้าสู่เมืองกรุง

เมื่อมาถึง เขาก็ไม่เห็นลู้ทางว่าจะทำอะไร ไม่มีจุดหมาย ไม่รู้จะพึ่งพาใคร เพราะ ไปสมัครงานที่ไหนก็ไม่มีใครรับ ต้องขอข้าววัด นอนวัด และ ขอเงินพระเพื่อเป็นค่าเดินทางไปหางานทำ และ ทำงานแลกข้าว โดยเขาได้เงินจากการทำงานก่อสร้างเพียงแค่วันละ 120 บาทเท่านั้น

จุดเปลื่ยนก็คือเขาได้ไปเห็นโฆษณารับสมัครนักแสดงตัวประกอบเล่นหนังต่างประเทศจากหนังสือพิมพ์โดยในตอนแรกนั้นตั้งใจไปดูเฉยๆเท่านั้นเพราะเขาเก็บเงินค่าสมัคร 150 บาท และ ไม่มีเงินด้วย แต่โชคชะตาก็ได้ทำให้เขาได้เป็นนักแสดงตัวประกอบรับค่าจ้างวันละ 150 -300 บาท ซึ่งทำเพียงแค่เดินผ่านฉากไปมาเท่านั้นเอง และเขาทำแบบนี้มาจนถึง 10ปี จนพบกับโฆษณาชุด ” จ น เ ค รี ย ด กิ น เ ห ล้ า “

ซึ่งนั้นก็ทำให้เขาได้กลายเป็นนักแสดงโฆษณาที่มีผลงานในที่สุดซึ่งเขาถือเป็นนักแสดงคนหนึ่งที่ได้มีโอกาสร่วมงานกับผู้กำกับและนักแสดงมีชื่อหลายๆ คน การได้ร่วมงานกับคนเก่งมีฝีมือสำหรับเขาแล้วเขารู้สึกว่ามันเป็นโอกาสที่ดี แต่ย่อมขึ้นอยู่กับตัวเองด้วย “แต่เราดีใจที่เราเป็นตำนาน มันเป็นสิ่งที่อยู่บนโลกนี้ ไม่ว่าจะอาชีพอะไร ยังมีคนพูดถึงอยู่ คำว่าดารามันคือสิ่งที่คนให้เรามา แต่เราเรียกตัวเองว่าเราเป็นนักแสดงทั่วไป ใครจ้างเราก็ไป”

สิ่งหนึ่งที่ทำให้ผมมาถึงจุดๆนี้ได้คือ ตั้งคำถามกับตัวเองเสมอว่า ทำไมเรายังไม่มีอย่างนั้นอย่างนี้ แล้วจะต้องทำยังไงเพื่อให้ได้มา ก็ใช้ความอดทนพยายามทำจนได้มันมา ไม่ว่างานอะไรผมไม่เคยเกี่ยง ไม่เคยปฎิเสธทุกๆโอกาสที่เข้ามาในชีวิต จึงทำให้ผมมีวันนี้ได้